ยาคุม!!..เรื่องที่ผู้หญิงต้องรู้

October 28, 2015

ยาคุมกำเนิด เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีความสำคัญมากสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะในยุคนี้

 

ยาคุมกำเนิดไม่ได้เป็นยาที่ใช้สำหรับการวางแผนครอบครัวและคุมกำเนิดเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในการรับประทานเพื่อช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมน แก้ปัญหาเรื่องสิว ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีน้ำมีนวลอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

 

กินอย่างไรให้ถูกวิธี

ยาเม็ดคุมกำเนิด มีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ในผู้หญิงและเพิ่มอุปสรรคสำหรับเชื้ออสุจิที่จะเดินทางเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ แต่ยาจะได้ผลดีเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่ถูกต้องตามชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นๆ ด้วย ซึ่งการรับประทานยาคุมกำเนิดให้ได้ผลนั้น ควรรับประทานยาชนิดเดียวกันตลอด ไม่ควรเปลี่ยนบ่อย นอกจากนั้น ควรเริ่มกินยาเม็ดแรกของแผงในวันแรกที่มีประจำเดือน และควรกินทุกวันต่อเนื่องในเวลาเดียวกันไม่มีหยุด และเมื่อหมดแผงก็ให้เริ่มแผงใหม่ในวันต่อไปทันทีโดยไม่ต้องเว้นวันโดยอาการทางร่างกายหลังจากนั้น จะพบว่ามักมีเลือดประจำเดือนออกตรงกำหนดทุกรอบ 28 วัน ตามแผงยารอบละ 3 วัน ซึ่งเป็นเลือดที่ออกจากการควบคุมของยาเม็ดคุมกำเนิด ไม่ใช่ประจำเดือนตามธรรมชาติ นอกจากนี้ จะสังเกตได้ว่าอาการต่างๆ ที่เคยสัมพันธ์กับช่วงมีประจำเดือนจะลดน้อยลง เช่น ปวดประจำเดือนน้อยลง และถ้าใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงอีกด้วย แต่ในกรณีที่ใช้ยาไม่ถูกต้อง ก็อาจจะมีโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์หรือภาวะคุมกำเนิดล้มเหลว รวมทั้งอาจมีประจำเดือนผิดปกติ เช่น มากะปริบกะปรอย หรือไม่เป็นรอบสม่ำเสมอ

 

อาการข้างเคียง ที่มาพร้อมกับยาคุม

โดยทั่วไปแล้ว ยาคุมกำเนิดนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือแบบที่มีฮอร์โมนรวม หมายถึงฮอร์โมนเอสโตรเจนรวมกับฮอร์โมนโปรเจสโตรเจน อีกชนิดหนึ่งคือ มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนเพียงอย่างเดียว จะว่าไปแล้ว ยาคุมกำเนิดเปรียบเสมือนกับยาปรับฮอร์โมนในร่างกายให้เกิดความสมดุล และเมื่อฮอร์โมนเกิดความสมดุล ประจำเดือนจึงมาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน บางคนมีผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส ส่วนบางรายที่เคยเป็นสิวกลับลดน้อยลงไป มีผิวพรรณที่สดใสนุ่มนวลมากขึ้น นั่นเป็นเพราะผลจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตรเจนนั่นเอง

 

กินแบบเว้นช่วง เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

ยาเม็ดคุมกำเนิดถูกใช้เป็นครั้งแรกทางยุโรปเพื่อการวางแผนครอบครัว ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ถือว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง แม้ว่าจะต้องใช้ทุกวันติดต่อกัน อาจมีผลข้างเคียงบ้างในระยะแรกเพียงช่วงเวลาหนึ่ง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ส่วนระยะยาวอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดแต่กลับพบได้น้อย ซึ่งแม้ ในทางปฏิบัติจะมีการแนะนำให้ผู้ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด กินต่อเนื่องติดต่อกัน แต่ก็ไม่ควรใช้นานเกิน 3-4 ปี ซึ่งถ้าจำเป็นต้องใช้นานกว่านั้น ควรหยุดกินอย่างน้อย 6 เดือน แล้วค่อยกลับมากินคุมกำเนิดใหม่ และในระหว่างที่หยุดกินยาเม็ดคุมกำเนิด ควรใช้วิธีคุมกำเนิดชนิดอื่นๆ แทน เช่น การใช้ถุงยางอนามัย และห่วงคุมกำเนิด เป็นต้น

 

ยาคุมกำเนิดชนิดอื่นๆ ที่มีในปัจจุบัน

ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยาคุมที่ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ควรใช้ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากวิธีคุมกำเนิดที่ใช้ เช่น การรั่วหรือฉีกขาดของถุงยางอนามัย การลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป หรือใช้ในกรณีผู้หญิงที่ถูกข่มขืน

 

ยาคุมชนิดฉีด เหมาะสำหรับผู้หญิงต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เป็นวิธีที่สะดวก ประหยัด และได้ประสิทธิภาพสูง เหมาะกับผู้หญิงหลังคลอดที่กำลังให้นมบุตร มีทั้งแบบฉีดแล้วออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้นาน 2-3 เดือน และโดยทั่วไปต้องฉีดทุก 12 สัปดาห์

 

ยาคุมกำเนิดชนิดฝัง เป็นการบรรจุยาลงในแคปซูลแบบพิเศษ ซึ่งมีขนาดเล็กเท่ากับไม้ขีดไฟ ตัวยาเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งใช้วิธีการฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน โดยจะใช้เวลาฝังเพียง 10 นาที แต่ฤทธิ์ของยาช่วยป้องกันได้นานถึง 3-5 ปี เป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และไม่ต้องกลัวลืมกินยา